Post

Google_moonshot

วันก่อนนั่งฟัง Landing Moonshots with Google’s Innovation Chief Dr. Astro TellerA Bit of Optimism Podcast ตอนขับรถแล้วชอบ ต้องจดกันลืมหน่อย

moonshot story hypothesis ต้องมี 3 องค์ประกอบ

  1. ต้องเป็นปัญหาที่ใหญ่พอ

  2. คุณ Astro ใช้คำว่าต้องมี Science Fiction sounding ที่เข้าใจคือต้องมี idea ว่างานที่ทำมันเอาไปใช้จริงแล้วจะเป็นยังไง น่าสนใจว่าเขาเลือก Sci-Fi มากกว่าจะอิง business model

  3. เราต้องมี idea ว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไงได้ดีกว่าเทคนิคที่มีอยู่ตอนนี้อย่างน้อย 10 เท่า (เขาใช้คำว่า an order of magnitude better)

เมื่อมี moonshot story hypothesis แล้วงานถัดไปคือต้องตอบให้ได้ว่า How fast and how cheap can we verify that you are wrong?

แนวคิดหลักตือถ้าอยากได้ของที่ดีกว่าเดิม 10 เท่า idea ทั่วไปมันคงใช้ไม่ได้ ถ้าจะรอจนสามารถสร้าง MVP จาก idea ใหม่นี้ได้คงจะนานเกินไป วิธีที่ดีกว่าคือพิสูจน์ให้ได้ว่ามันไม่ work และถ้าไม่ work จริงจะได้ไปทำงาน moonshot อื่นแทน

ฟังแล้วได้อารมณ์ falsifiability ของทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เลย

คุณ Astro บอกว่าเมื่อมีโครงการที่หัวหน้าตัดสินใจไม่ไปต่อเพราะพิสูจน์ได้แล้วว่า idea ยังไม่ดี เขาจะจัด all-hands meeting และคนก็ยืนปรบมือ standing-ovation และให้ bonus ด้วย เพราะการไม่มี idea หรือ การ kill bad idea มันง่าย แต่พวก moonshot นี่มันเป็น idea ที่ดูดี น่าจะเป็นไปได้ การ kill มันทิ้งเลยสำคัญกว่า

พอ kill project ทิ้งก็จะมีการทำ moonshot compose เพื่อย่อยความรู้ที่ได้และปัญหาที่เกิด ถ้าในอนาคตมีคนอยากทำใหม่อีกรอบ เป็น 2nd , 3rd runs จะได้ไม่ผิดซ้ำ

คุณ Astro แนะ framework ในการทำของ 10x ใน 1 ปี คือ ใช้เวลา 1 เดือนระดมสมองหา idea หลุดโลกทั้งหลายจากทีมให้ได้สัก 100 idea และใช้เวลา 2 เดือน ย่อย idea พวกนี้เพื่อหา idea ดีสุด 4 อัน จากนั้นใช้เวลา 3 เดือนทดลอง idea ทั้ง 4 นี้ เมื่อเลือกที่ดีสุดได้แล้วก็เอาไป implement ใน 6 เดือนที่เหลือ ไว้ต้องลองทำบ้าง

ปืน 08:09/2024

This post is licensed under CC BY 4.0 by the author.