Post

ระลึกการรับทุน

เห็นดราม่านักเรียนทุน แล้วเลยได้อ่านประวัติการรับทุนหลายๆ คน น่าสนใจดี จดของตัวเองไว้บ้างเผื่อมีประโยชน์

  • ตัวผมเองรับทุน ตรี-โท-เอก ไปฝรั่งเศส เรียนอยู่ 10 ปีกว่าจนทุนหมดค่อยเริ่มเขียน thesis ด้วยทุนของแลปอีก 4 เดือน 555 ตอนนี้ก็น่าจะใช้ทุนหมด 22 ปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิด

  • ถ้าย้อนเวลาได้ก็คงรับทุนอยู่ดี เพราะไม่มีหัวเรื่องการกู้เงินเรียน ถ้าไม่ฟรีคงไม่ไป

  • ผมไม่ได้อ่านสัญญาอย่างละเอียดนะ คิดง่าย ๆ แค่ว่าติดทุน 20 ปี เขาคงไม่ไล่ออกง่าย ๆ การงานมั่นคง สวัสดิการดี (โชคดีที่ตอนกลับมามันก็ยังดีอยู่)

  • ทุนที่ได้ต่อเดือนผมว่าพอใช้อยู่นะ แต่ต้องหาที่พักกับการเดินทางให้เหมาะสม โชคดีที่ฝรั่งเศสมีพวกสวัสดิการสังคมที่นักเรียนต่างชาติขอได้ด้วย กับบัตรนักเรียนนี่ลดได้เกือบทุกที่ กับปีแรกๆ ผมอยู่ Besançon ที่เป็นเมืองเล็ก ๆ ค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมืองใหญ่ เลยมีเวลาให้หัด manage การเงินตัวเองก่อนย้ายไปปารีสตอนโต

  • การเรียน 10 ปี นี่หลายคนอาจจะบอกว่ายาวไป และจบมาก็อาจจะไม่ตรงตามความต้องการคนให้ทุนแล้ว ถ้าจะหั่นให้สั้นลง ผมเชียร์ ทุน ป.เอก หรือ โท-เอก ถ้าอยากได้คนมาทำงานตามที่เราวางแผนไว้ แต่ถ้าอยากได้คน initiate งานใหม่หรือ idea ใหม่ เอาตั้งแต่ ป.ตรี ได้เลย แต่มีความเสี่ยงเรื่อง culture shock เวลากลับมาทำงาน

  • เคยมีเพื่อนโทรมาบ่นขำๆ ปนเศร้า ว่าเขามีให้กู้เงินซื้อเสื้อเกราะด้วย ตอนนี้คนนี้ใช้ทุนหมด (น่าจะจ่ายเอา) กลับไปฝรั่งเศสแระ

  • ที่เชียร์ ป.ตรี เพราะหลังจากที่เห็นหลักสูตรมหาลัยต่าง ๆ แล้วมันดูต่างจากที่ผมเรียน 2 ปี แรกในมหาลัยผมเรียนหลัก ๆ คือเลขกับคอม ช่วงนี้เรียนเลขเพื่อเลข 555 บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่ผมว่าสนุกดี และหัวข้ออย่าง incompleteness ของ Gödel ที่ผมว่าเราควรรู้

  • ระหว่างเรียนจำรายละเอียดเรื่องเรียนได้ไม่กี่เรื่องเอง

  • นอกจากเรื่องเรียน การอยู่ต่างประเทศก็สนุกดีนะ

  • หลังๆ เหมือนเขาอยากให้คนรับทุนคุยกับต้นสังกัดมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยลดปัญหาไปได้หลายอย่าง

  • การใช้ทุนนี่คงแล้วแต่โชคเลย ผมโชคดีที่งานก็ยัง align ตรงกับความชอบส่วนตัว และมีเวลาให้ทำเรื่องอื่นด้วย

  • การทำงานนี่ก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากที่แอบในแลปก็ต้องไปคุยข้ามแลป ข้ามหน่วยวิจัย ข้ามศูนย์วิจัย คุยกับอาจารย์มหาลัยอื่น คุยข้ามกระทรวง etc. จากการนั่งทำวิจัยชิลๆ ก็ต้องมาเดาว่าอีก 2-3 ปีจะทำอะไรดี อีกหน่อยอาจต้องคิดเรื่อง exit strategy ก่อนเริ่มงานก็ได้ 555

  • ข้อสรุปเรื่องการทำงานตอนนี้คือ ถ้าเราสนใจงานวิจัยเชิงทฤษฎีเราอาจทำคนเดียวเงียบ ๆ ได้ พอมีผลค่อยเอาขึ้น ArXiv หรือตีพิมพ์ฟรีแบบไม่ต้องเปิด Open Access, ถ้าแบบอื่นก็ต้องหาทุน (resources คำนวณ, datasets, deploy, operations, ตีพิมพ์, อย., etc.)

  • เรื่องงานวิจัยนี่ผมมักจะได้ยินคนแบ่งเป็นงานวิจัยขึ้นหิ้งกับขึ้นห้าง โดยงานพวกทฤษฎีนี่มักโดนจัดเป็นงานขึ้นหิ้งที่คนมักไม่ให้ทุน แต่ผมเชียร์งานพวกนี้มากกว่านะ พวกงานประยุกต์ที่ขึ้นห้างได้นี่ถ้าไม่มี exit strategy มันยิ่งน่าเสียดายกว่า เพราะ customize ตามโจทย์ ตาม partner ตามคนให้ทุน ไปแล้ว ถ้าขายไม่ออกนี่ความรู้ที่ได้มาก็อาจจะเอาไปใช้อย่างอื่นไม่ได้

This post is licensed under CC BY 4.0 by the author.